เราเคยมีการพูดคุยกันมากในการประชุมระดมความคิดเห็นกันเกี่ยวกับการรณรงค์เพื่อชวนกันขี่จักรยาน  โดยเฉพาะเมื่อท่านนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ นายบุญเลิศ  บูรณุปกรณ์ ได้เข้ามาร่วมกับพนักงานของเทศบาล เชิญชวนคนเชียงใหม่ในเขตเทศบาลร่วมกันขี่รถถีบไปทำงานกันทุกวันพุธตั้งแต่วันที่ 12  ธันวาคม 2544 ที่ผ่านมา เพื่อร่วมกันลดมลพิษให้อากาศสดใส  ได้ประหยัดพลังงาน และเป็นการแก้ปัญหาจราจรติดขัดไปในตัว
หลายๆ คนที่เคยขี่รถถีบได้..แต่เลิกขี่มานานแล้วเป็น 10 กว่าปีเพราะใช้รถยนต์มานาน มีความรู้สึกกลัวที่จะขี่รถถีบออกถนนในวันนี้ เพราะเห็นรถยนต์วิ่งกันเต็มถนนและบางคันก็ขับกันเร็วมาก..จนเกิดเป็นข้อสรุปไว้ในใจว่า แม้เราขี่รถถีบดี..แต่รถอื่นก็ชนเราได้ จริงๆ แล้วคนที่เผลอขับรถยนต์ไม่ดีในบางครั้ง..และเคยเฉียดผู้อื่นมาก่อนแล้ว จะยิ่งกลัวถูกชนมากกว่าคนทั่วไปเพราะคิดว่าคนอื่นนั้นก็อาจจะเผลอเหมือนตัวเขาเองเหมือนกัน ความรู้สึกกลัวที่เกิดจากจินตนาการนี้เป็นปกติธรรมดาของคนส่วนหนึ่ง  แต่ผมอยากบอกว่าความรู้สึกกลัวกับความไม่ปลอดภัยเป็นคนละเรื่องกัน 
อ่านต่อได้ที่ http://www.interbikethailand.com/article/107-2010-12-05-05-04-25.html
ตามกฎจราจร ผู้ที่ขับขี่ช้า ๆ จะต้องอยู่ทางซ้ายสุดและจะต้องให้ทางแก่พาหนะที่เร็วกว่า เพื่อความปลอดภัย ผู้ขี่จักรยานจึงควรจะขี่อยู่ใกล้ขอบถนนด้านซ้ายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เว้นแต่เมื่อต้องการจะเลี้ยวขวา หรือเมื่อขี่ด้วยความเร็วสูงกว่าพาหนะอื่น
อ่านต่อได้ที่ http://www.interbikethailand.com/article/106-2010-11-20-02-56-04.html
ตามกฎจราจร ผู้ที่ขับขี่ช้า ๆ จะต้องอยู่ทางซ้ายสุดและจะต้องให้ทางแก่พาหนะที่เร็วกว่า เพื่อความปลอดภัย ผู้ขี่จักรยานจึงควรจะขี่อยู่ใกล้ขอบถนนด้านซ้ายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เว้นแต่เมื่อต้องการจะเลี้ยวขวา หรือเมื่อขี่ด้วยความเร็วสูงกว่าพาหนะอื่น
อ่านต่อได้ที่ http://www.interbikethailand.com/article/106-2010-11-20-02-56-04.html